ยินดีต้อนรับทุกท่านนะคะ

วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่6

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 6
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วันที่ 10 มีนาคม   พ.ศ. 2558
กลุ่มเรียน 105 ( วันอังคาร ) เวลา 08.30 – 12.20 น.


สรุปองค์ความรู้
     ในการเรียนการสอนในวันนี้เป็นการเรียนที่ดิฉันไม่ค่อยสนใจเพราะวันนี้อาจารย์ยกคาสตอนบ่ายมาเรียนด้วยกันจึงทำให้สภาพในห้องเรียนดูไม่สงบไม่น่าเรียน และจำนวนคนเยอะก็ทำให้อาจารย์บอกเด็กไม่ทั่วถึงจึงทำให้นักศึกษาบางคนไม่สนใจเรียนในห้องเรียน วันนี้ เรียนเรื่องการส่งเสริมทักษะต่าง ของเด็กพิเศษ ด้านทักษะภาษา ก่อนเรียนมีการดูวีดีโอของโรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิจากนั้นเรียนในเนืท้ายชั่วโมงให้ทำกิจกรรมบำบัดเด็กด้วยเสียงเพลง

VDO  ผลิบานผ่านมือครู  โรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิ
ทักษะภาษา



การวัดความสามารถทางภาษา
ต้องเข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูดไหม
ตอบสนองเมื่อมีคนพูดด้วยไหม
ถามหาสิ่งต่างๆไหม
บอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นไหม
ใช้คำศัพท์ของตัวเองกับเด็กคนอื่นไหม
การออกเสียงผิด / พูดไม่ชัด
การพูดตกหล่น
การใช้เสียงหนึ่งแทนอีกเสียง
ติดอ่าง
การปฏิบัติของครูและผู้ใหญ่
ไม่สนใจการพูดซ้ำหรือการออกเสียงไม่ชัด
ห้ามบอกเด็กว่า  พูดช้าๆ”   “ตามสบาย”   “คิดก่อนพูด
อย่าขัดจังหวะขณะเด็กพูด
อย่าเปลี่ยนการใช้มือข้างที่ถนัดของเด็ก
ไม่เปรียบเทียบการพูดของเด็กกับเด็กคนอื่น
เด็กที่พูดไม่ชัดอาจเกี่ยวข้องกับการได้ยิน
ทักษะพื้นฐานทางภาษา
ทักษะการรับรู้ภาษา  
การแสดงออกทางภาษา
การสื่อความหมายโดยไม่ใช้คำพูด
ความรับผิดชอบของครูปฐมวัย
การรับรู้ภาษามาก่อนการแสดงออกทางภาษา
ให้เวลาเด็กได้พูดคอยให้เด็กตอบ (ชี้แนะหากจำเป็น)
เป็นผู้ฟังที่ดีและโตต้อบอย่างฉับไว (ครูไม่พูดมากเกินไป)
ให้เด็กทำกิจกรรมกลุ่ม เด็กพิเศษได้มีแบบอย่างจากเพื่อน
กระตุ้นให้เด็กบอกความต้องการของตนเอง (ครูไม่คาดการณ์ล่วงหน้า)
เน้นวิธีการสื่อความหมายมากกว่าการพูด
ใช้คำถามปลายเปิด

การสอนตามเหตุการณ์ (Incidental Teaching)
ครูต้องเข้าไปถามเด็ก
ต้องพูดซ้ำในสิ่งที่เด็กทำ




กิจกรรมในวันนี้
วาดรูปเป็นเส้นตรงตามเสียงเพลง โดยกิจกรรมนี้ส่งเสริมทักษะทางอารมณ์ ประสานสัมพันธ์มือกับตา ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กและฝึกให้เด็กมีสมาธิในการทำงานร่วมกับผู้อื่น และเป็นกิจกรรมบำบัดเด็กออทิสติกได้ดีในการอยู่ร่วมกับสังคมการทำงานร่วมกับผู้นอื่น  ซึ่งกิจกรรมก็จะเป็นการจับคู่กัน 2 คน โดยทั้ง 2 จะต้องฟังเสียงเพลงจากนั้นให้ลากเส้นตรงไปเรื่อยๆจนกว่าเพลงจะหยุด จากนั้น ให้ระบายสีตรงที่มีเส้นปิดทุกช่อง


กิจกรรมบำบัด
การลากเส้น


ระบายสีตรงที่มีเส้นปิดทุกเส้น



นำผลงานออกมาโชว์






ประโยชน์ที่ได้รับ
  • สามารถเขียนแผนการสอนให้สอดคล้องหรือส่งเสริมกับพัฒนาการของเด็กได้
  • นำทักษะต่างๆในการเลี้ยงดูหรือการสอนเกี่ยวกับเด็กพิเศษ
  • ได้เรียนรู้การพัฒนาทางด้านภาษาของเด็ก
  • การที่จะจัดห้องเรียนสำหรับเด็กในการส่งเสริมทางด้านภาษาจะต้องมีตัวหนังสือติดไว้ในห้องเยอะๆมีมุมนิทาน หรือมุมต่างๆที่ส่งเสริมเด็ก
  • ต้องเข้าใจใบบริบทที่เด็กเป็นเช่น การพูดติดอ่างติดขัด ไม่ควรไปดุไปว่าเด็กหรือให้เด็กพูดใหม่ช้าๆชัดๆ


การประเมิน
ตนเอง   เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย และจดบันทึกส่วนที่สำคัญ ตั้งใจร้องเพลง แต่ในขณะที่อาจารย์สอนบางครั้งอาจจะตั้งใจเรียนแต่ส่วนใหญ่จะคุยกับเพื่อนข้างๆ เพราะรู้สึกว่าเวลาอาจารย์สอนอาจารย์จะสนใจหรือมองแต่เพื่อนข้างหน้า จึงทำให้วันนี้เรียนไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่
เพื่อน ในวันนี้มีการเรียนรวม 2 เซกอาจจะทำให้วุ่นวายและคุยกันเสียงดังมากบางตนอาจจะตั้งใจแต่บางคนก็คุยกันเสียงดัง เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย  
ครูผู้สอน  เข้าสอนตรงเวลา  แต่งกายเรียบร้อย  ร่าเริง  แจ่มใส  อธิบายในเนื้อหาที่เข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน นำVDOมาให้ดู เพื่อให้นักศึกษาได้เข้าใจในบทเรียนมากขึ้น หรือเพื่อเป็นแนวทางในการเขียนแผนการสอน





วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน ครั้งที่5



บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 5
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วันที่ 2 มีนาคม   พ.ศ. 2558
กลุ่มเรียน 105 ( วันอังคาร ) เวลา 08.30 – 12.20 น.




วันนี้อาจารย์มีกิจกรรมก่อนเข้าบทเรียนมาให้นักศึกษาได้เล่น เพื่อการผ่อนคลาย จากนั้น ก้อเข้าสู่เนื้อหาที่จะเรียนในวันนี้





การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กเศษ
1.ทักษะทางสังคม 
        การขาดทักษะทางสักคมของเด็กพิเศษไม่ได้มีสาเหตุมาจากพ่อและแม่ และสภาพแวดล้อมก็ไม่ได้มีผลกับตัวเด็กเลย แต่ต้องปรับที่ตัวเด็ก

กิจกรรมการเล่น
        การเลยเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมทักษะทางสังคมของเด็กพิเศษ เด็กพิเศษจะเรียนรู้ทักษะการเล่นจากเพื่อนข้างๆในช่วงแรกๆเด็กพิเศษจะไม่มองเด็กคนอื่นเป็นเพื่อน เช่น ถ้าเพื่อนนั่งขวางทางที่เขาจะเดิน เด็กพิเศษก็จะเดินชนหรือจะต้องกำจัดออกจากตรงทางที่เขาจะเดิน แต่ครูก็อย่าไปดุเด็กถ้าเด็กทำแบบนี้

ยุทธศาสตร์การสอน
       เด็กพิเศษจะไม่รู้วิธีการเล่นของเล่นไม่รู้ว่ามันเล่นอย่างไร เขาจึงเรียนรู้วิธีการเล่นจากเด็กปกติที่อยู่ข้างๆ ครูจะต้องสังเกตเด็กอย่างเป็นระบบบันทึกทุกช๊อตที่เด็กทำ ครูจะต้องมีความรู้ในการเขียนแผนIEP และจะต้องรู้พฤติกรรมเด็กอย่างถ่องแท้

การกระตุ้นการเรียนแบบและการเอาอย่าง
       วางแผนการเล่นของเด็กไว้หลายๆอย่าง และคำนึงถึงเด็กทุกๆคน การแบ่งกลุ่มในการเล่นของเด็กเป็นกลุ่มเล็กๆ2-4คน 

ครูปฏิบัติอย่างไรขณะเด็กเล่น
       ครูไม่ควรที่จะหันหลังให้กับเด็กทุกครั้งและจะต้องเฝ้ามองเด็กอย่างสนใจ ไม่ชมเด็กหรือสนใจเด็กมากเกินไป เอาวัสดุอุปกรณ์มาเพิ่ม เพื่อยืดเวลาการเล่นของเด็ก อุปกรณ์จะต้องให้ประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนเด็ก 

การให้แรงเสริมทางสังคมในบริบทที่เด็กเล่น
       ครูต้องพูดชักชวนเด็กให้ไปเล่นกับเพื่อน หรือการบอกบทเด็ก เช่น หนูวาดอะไร วาดรถใช่ไหม ไหนลองพูดตามครูสิค่ะ ให้เด็กพูดตาม
       *ในขณะที่เด็กๆปกติเล่นทรายกันอยู่ แล้วเด็กพิเศษได้แต่ยืนดู จะทำอย่างไรให้เด็กพิเศษได้เข้าไปเล่นด้วย เช่น ครูก็ให้เด็กพิเศษถือของเล่นไปเยอะแล้วก็พาเด็กเดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อนที่นั่งเล่นกันอยู่ครูก็มีหน้าที่พูดโชว์ของที่เด็กพิเศษถือมา ว่านี่เพือ่นถือของเล่นมาเยอะแยะมากเลยให้เพื่อนเล่นด้วยคนนะและพูดให้ดูน่าสนใจ และครูไม่ควรที่จะปล่อยเด็กเล่นกันตามลำพังหรือช่วยประครองมือเด็ก

ช่วยเด็กทุกคนให้รู้กฎเกณฑ์
       เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายสำหรับเด็กพิเศษ เด็กทุกคนมีสิทธิดท่าเทียมกันและครูจะต้องไม่เอาข้อบกพร่องของเด็กไปเป็นเครื่องต่อรองกับเด็ก ก่อนที่จะเอาของเล่นมาให้เด็กครูจะต้องสร้างกติกากับเด็กทุกครั้ง การเล่นของเด็กอาจจะสร้างเป็นเกมการเล่นก็ได้
       
จากนั้นหลังจากเรียนในเนื้อหาเสร็จอาจารย์ก็มีกิจกรรมมาให้นักศึกษาได้ทำเป็นกิจกรรมบำบัดเด็ก




เป็นกิจกรรมส่งเสริมทักษะทางอารมณ์และการฝึกสมาธิได้เป็นอย่างดีและได้ผลดีมากกับเด็กพิเศษ
คือเป็นการเปิดเพลงและให้เด็กจับคู่กันโดยแต่ละคนมาเลือกสีที่ชอบ คู่1สีจะต้องไม่เหมือนกันจากนั้นให้เด็กเลือกว่าใครจะเป็นคนลากเส้น และใครจะเป็นคนจุด คนที่ลากเส้นจะต้องฟังเสียงที่เปิดโดยลากเส้นให้ต่อเนื่องกันเส้นห้ามขาดลากไปตามจังหวะเพลง ส่วนคนที่จุดก็จุดในที่ที่เป็นวงกลม



จากนั้นให้เด็กๆได้จินตนาการว่าเด็กๆเห็นรูปอะไรในผลงานที่ทำนี้และให้วาดภาพตามจินตนาการที่เด็กได้เห็น






กิจกรรมร้องเพลง
ผู้แต่ง  อ.ศรีนวล.รัตนสุวรรณ
เรียบเรียง  อ.ตฤณแจ่มถิน
เพลงดวงอาทิตย์
ยามเช้าตรู่อาทิตย์ทอแสงทอง
เป็นประกายเรืองรองผ่องนภา
ส่องสว่างไปทั่วแล่งหล้า บ่งเวลาว่ากลางวัน

เพลงดวงจันทร์
ดวงจันทร์ทอแสงนวลใย
สุกใสอยู่ในท้องฟ้า
เราเห็นดวงจันทรา
แสงพราวตาเวลาค่ำคืน

เพลงดอกมะลิ
ดอกมะลิกลีบขาวพราวตา
เก็บเอามาร้อยเป็นมาลัย
บูชาพระทั้งใช้ยาก็ได้
ลอยในน้ำอบขนมหอมชื่นใจ

เพลงกุหลาบ
กุหลาบงามก้านหนามแหลมคม
จะเด็ดดมระวังกายา
งามสดสีสมเป็นดอกไม้มีค่า
เก็บเอามาประดับไว้ในแจกัน

เพลงนกเขาขัน
ฟันสิฟังนกเขาขันมันขยันขันคู
ฟังสิฟังนกเขาขันมันขยันขันคู
จุ๊กกรู จุ๊กกรู จุ๊กกรู จุ๊กกรู จุ๊กกรู

เพลงรำวงดอกมะลิ
รำวง รำวง ร่วมใจ
หอมดอกมะลิที่ร้อยมาลัย
กินหอมตามลมไปไกล
หอมกลิ่นชื่นใจจริงเอย




การนำไปใช้
  • สามารถนำกิจการบำบัดไปจัดกิจกรรมในการส่งเสริมหรือบำบัดเด็กได้เป็นอย่างดี
  • นำทักษะต่างๆในการชักชวนเด็กหรือการดูแลเด็กไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
  • และมีความรู้หรือทักษะในการเขียนแผนIEP
  • ส่งเสริมเด็กให้ถูกวิธีและช่วยส่งเสริมหรือดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด




การประเมิน

       ตนเอง : ตั้งใจทำกิจกรรมและมีการจดบันทึกและร่วมตอบคำถามหรือช่วยเพื่อนทำกิจกรรมและก็สนุกกับกิจกรรมที่อาจารย์ได้นำมาสอนในวันนี้
       เพื่อน: ตั้งใจเรียนและร่วมกันตอบคำถามและมีส่วนร่วมในการทำกินกรรมมีความสามัคคีกันในหมู่คณะและเรียนด้วยกันอย่างสนุกสนานทำให้บรรยากาศในการเรียนดูน่าเรียนมากยิ่งขึ้น
       อาจารย์ : มีการนำกิจกรรมที่คลายเครียดมาให้นักศึกษาได้ลองเล่นกันและได้นำกิจกรรมการบำบัดเด็กในการใช้เสียงดนตรีมาให้ได้ลองทำกัน และมีการเตรีมแผนการสอนมาเป็นอย่างดี




วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 4

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 4
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วันที่ 10  กุมภาพันธ์   พ.ศ. 2558
กลุ่มเรียน 105 ( วันอังคาร ) เวลา 08.30 – 12.20 น.










วาดภาพก่อนเข้าบทเรียน 
ถ้าเปรียบเด็กเหสมือนมือที่เราวาด คือ เราควรจะบันทึกพฤติกรรมเด็ก อย่าจำมาบันทึก เพราะเราจะไม่สามารถจำพฤติกรรมต่างๆที่เด็กเขแสดงออกมา และไม่ควรแต่งเติมหรือแต้มสีสันในพฤติกรรมของเด็กในการบันทึกพฤติกรรมต่างๆ เห็นพฤติกรรมไหนแปลกๆให้รีบจดบันทึกเลย เจาะเพ้งเลงในเด็กที่เราจะสังเกต เห็นปุ๊บ บันทึกปั๊บ

การสอนเด็กพิเศษ
ทักษะของครูและทัศนคติ
  • พยายามมองข้ามและต้องมองเด็กแต่ละคนให้เท่าเทียมกัน และมองเด็กในภาพรวม และครูจะต้องจำชื่อจริง ชื่อเล่นของเด็กได้ทุกคน

การเพิ่มเติม
  • อบรมระยะสั้น หรือสัมมนา  
  • สื่อต่างๆ เพราะทุกวันนี้สื่อสำหรับเด็กพิเศษมีหลากหลายที่จะให้ความรู้ต่างๆ เช่น ทางอินเทอร์เน็ต

การเข้าใจภาวะปกติ
  • ·       เด็กมักคล้านคลึกกันมากกว่าแตกต่าง
  • ·       ครูต้องเรียนรู้ และมีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก
  • ·       รู้จักเด็กแต่ละคน
  • ·       มองเด็กให้เป็นเด็ก ไม่ใช่มองเด็กต่างกัน

การคัดแยกเด็กที่มีพัฒนาการช้า
  1. ครูสามารถมองเห็นความแตกต่างของเด็กแต่ละคน  พยามยามพูดในด้านที่ดีของเด็ก  (ตบหัวแล้ว ลูบหลัง)
  2. ความพร้อมของเด็ก
  3. วุฒิภาวะ เด็กไม่ต่างกัน
  4.    แรงจูงใจ 
  5. โอกาส ต่างกันเด็กแต่ละคนมีการเรียนรู้ที่แตกต่างกันย่อมขึ้นอยู่กับโอกาสในแต่ละคน เปิดโอกาสให้เด็กทุกคนสามารถทำได้กิจกรรมก็ไม่ควรที่ยากและง่ายจนเกินไป เด็กสามารถทำได้และส่งเสริมการเรียนรู้

การสอนโดยบังเอิญ
  •        เด็กเดินเข้ามาหาครูตอนที่เด็กว่าง ครูที่เด็กจะเข้ามาหาบ่อยๆ
  •        คือครูที่เด็กเขาเชื่อใจ ไว้วางใจ ครูสามารถเปิดใจกับเด็กได้

  •        ครูพร้อมรับเด็กเสมอ ไม่รำคาญเด็ก
  •       เวลาที่เด็กแต่ละคนเข้ามาหา ครูควรแบ่งเวลาให้กับเด็กคนอื่นด้วย อย่าใช้เวลานานเกินไป
  •        ทำให้เขารู้ว่าการที่เขาเข้ามาหาครูเป็นเรื่องสนุกสนาน

อุปกรณ์
  •        สื่อที่ไม่แบ่งแยกประเภท และวิธีการเล่นไม่ตายตัว
  •        เด็กพิเศษต้องมีบัดดี้ เช่นการเล่นแบบคู่ขนาน น้องพิเศษอาจจะเริ่มเรียนรู้จากคนที่เก่งกว่า
  •       เด็กพิเศษไม่คุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงตาราง

ทัศนคติของครู
ความยืดหยุ่น
  •        การแก้แผนการสอนให้เหมาะกับสถานการณ์
  •    ครูต้องตอบสนองต่อเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กแต่ละคน
  •        ตั้งจุดประสงค์ไว้ให้มุ่งไปที่จุดประสงค์

การใช้สหวิทยาการ
  •        ใจกว้างต่อคำแนะนำ ฟังหูไว้หู
  •        สร้างความสัมพันธ์ระหว่างการบำบัดกับกิจกรรมในห้องเรียน

การเปลี่ยนพฤติกรรมและการเรียนรู้
เด็กทุกคนสอนได้
  •        เด็กเรียนรู้ไม่ได้เพราะความสามารถ
  •        เด็กเรียนรู้เพราะขาดโอกาส ข้อนี้สำคัญสำหรับการเป็นครูในการมองเด็ก

เทคนิคการใช้แรงเสริม แรงเสริมทางสังคมจากผู้ใหญ่
วิธีแสดงออกถึงแรงเสริมจากผู้ใหญ่
  •        ตอบสนองด้วยวาจา
  •        การยืนหรือนั่งใกล้เด็ก
  •        พยักหน้ารับ ยิ้ม ฟัง
  •       สัมผัสทางกาย
  •        ให้ความช่วยเหลือร่วมกิจกรรมกับเด็ก
  •        ถ้าเด็กพิเศษกำลังทำงานอยู่อย่าเข้าไปถามเด็กเพราะเด็กจะเปลี่ยนความคิด

หลักการให้แรงเสริม
  •       คำชมต้องชมเฉพาะเรื่องที่เด็กทำได้ตามวัตถุประสงค์
  •        ครูต้องให้แรงเสริมเด็กทันที
  •        ครูต้องมองข้ามพฤติกรรมของเด็กในพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

การแนะนำหรือบอกบท
  •    ย่อยงาน  ใช้ได้ดีมากกับเด็กพิเศษ

การกำหนดเวลา
  •  จำนวนและความถี่ในการให้แรงเสริม อย่ามากจนเกินไป ควรจะมีความเหมาะสม
  • ความต่อเนื่อง
  •   สอนแบบก้าวไปข้างหน้า หรือ ย้อนมาข้างหลัง คือ ก้าวไปข้างหน้าเริ่มขั้นตอนแรกให้เด็กทำ ย้อนมาข้างหลัง ย้อนจากขั้นตอนสุดท้ายมา หรือให้เด็กทำเองในขั้นตอนสุดท้าย

การลดหรือหยุดแรงเสริม
  •           ครูจะงดแรงเสริมกับเด็กที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
  •           ทำอย่างอื่นและไม่สนใจเด็ก
  •     เ    อาอุปกรณ์หรือของเล่นออกไปจากเด็ก

ความคงเส้นคงวา



เพลง
ผู้แต่ง อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ
เรียบเรียง อ. ตฤณ  แจ่มถิน
เพลงฝึกกายบริหาร
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว
เพลงผลไม้
ส้มโอ แตงโม แตงไทย
ลิ้นจี่ ลำไย องุ่น พุทรา
เงาะ ฝรั่ง มังคุด
กล้วย ละมุด น้อยหน่า
ขนุน มะม่วง นานาพันธุ์
เพลงกินผัก
กินผักกันเถอะเรา
บวบ ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว แตงกาว
คะน้า กว้างตุ้ง ผักบุ้ง โหระพา
มะเขือเทศสีดา ฟักทอง กะหล่ำปลี
เพลงดอกไม้
ดอกไม้ต่างพันธุ์ สวยงามสดสี
เหลือง แดง ม่วงมี แสด ขาว ชมพู
เพลงจ้ำจี้ดอกไม้
จ้ำจี้ดอกไม้ ดาวเรือง หงอนไก่
จำปี จำปา มะลิ พิกุล
กุหลาบ ชบา บานชื่น กระดังงา
เข็ม แก้ว ลัดดา เฟื่องฟ้า ราตรี




การนำไปใช้
  • ·       สามารถนำความรู้ที่ได้นำไปปรับใช้ในการเรียนการสอนเด็กในอนาคตได้
  • ·       ฝึกความอดทนในการดูแลเด็กและการให้แรงเสริมกับเด็ก
  • ·       ควรปรับทัศนคติในการมองเด็กในภาพรวม
  • ·       หาความรู้เพิ่มเติม หรือสอบถามผู้เชี่ยวชาญ เมื่อพบปัญหากับเด็ก
  • ·       จัดหากิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็ก
  • ·       นำเพลงต่างๆมาปรับใช้หรือจัดกิจกรรมต่างๆให้กับเด็กได้





การประเมิน
  • ·       ตนเอง   เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย และมีความรับผิดชอบ มีการจดบันทึกระหว่างเรียนและตั้งใจฟังอาจารย์และร่วมทำกิจกรรมีการตอบคำถาม
  • ·       เพื่อน    ตั้งใจเรียน มีการจดบันทึกระหว่างเรียน ร่วมทำกิจกรรมและตอบคำถามร่วมกัน ตั้งใจฟังอาจารย์ทุกครั้ง
  • ·       อาจารย์   มีการเตรียมการสอนมาเป็นอย่างดี มีการนำเอากิจกรรมวาดภาพก่อนเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเรียน ทำให้นักศึกษาไม่เครียดกับเนื้อหาที่จะเรียนและ มีการผ่อนคลายความเครียดด้วยการร้องเพลง